Skip to main content

สภาที่ปรึกษาเพื่อพัฒนาแรงงานแห่งชาติ

ประชุมหารือรับฟังข้อมูลเพื่อจัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบายด้านแรงงานร่วมกับสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย

pll_content_description

                                                            

                   วันที่ 18 มีนาคม 2569 เวลา 15.00 น. นายพิเชษฐ์ ทองพันธ์ รองปลัดกระทรวงแรงงาน ร่วมการประชุมหารือกับหอการค้าแห่งประเทศไทย เพื่อรับทราบความคิดเห็นและข้อเสนอแนะเชิงนโยบายด้านแรงงาน ทั้งในปัจจุบันและในระยะ 5 ปีข้างหน้า เพื่อจัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบายด้านแรงงานที่ต้องการเสนอต่อรัฐบาลให้สอดคล้องกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจและการเปลี่ยนแปลงของตลาดแรงงานในปัจจุบัน โดยมี ดร.ธนิต โสรัตน์ ประธานสภาที่ปรึกษาเพื่อพัฒนาแรงงานแห่งชาติ ชุดที่ 21 เป็นประธานการประชุม หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมด้วย ณ ห้องประชุม 3021 อาคารบรรเจิด ชลวิจารณ์ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย

                 ในการหารือครั้งนี้ ได้มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในประเด็นสำคัญ ได้แก่ สถานการณ์ตลาดแรงงานในภาคบริการจากการเข้ามาของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI และผลกระทบทั้งเชิงบวกและเชิงลบ ต่อผู้ประกอบการในภาคบริการ โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจท่องเที่ยวและซัพพลายเชน ธุรกิจ E-Commerce และ กลุ่มผู้ให้บริการด้านเทคโนโลยี ปัญหาการขาดแคลนแรงงานจากสถานการณ์ชายแดน ตลอดจนการปรับเปลี่ยนเทคโนโลยีเพื่อรองรับการขาดแคลนแรงงานในอนาคต โดยเน้นปัจจัยความสำเร็จในการนำเทคโนโลยีมาใช้ทดแทนแรงงานมนุษย์ และทิศทางการบริหารจัดการเชิงนโยบายและพัฒนาแรงงานรองรับ AI ทั้งนี้ ยังได้มีการหารือในประเด็นการส่งเสริมการมีงานทำของกลุ่มผู้พ้นโทษ เพื่อเปิดโอกาสในการ กลับคืนสู่สังคมอย่างมีคุณภาพ และลดความเหลื่อมล้ำด้านการจ้างงานอีกด้วย

                 นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังได้มีประเด็นหารือแลกเปลี่ยนความคิดเห็นถึงแนวทางการขยายอายุเกษียณในภาคเอกชน เพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุและการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากร ซึ่งเป็นการศึกษาความเป็นไปได้สอดรับกับนโยบายขยายเกษียณไปเป็น 65 ปี ของรัฐบาลนายกรัฐมนตรีนายอนุทิน ชาญวีรกูล ซึ่งสภาหอการค้าไทย ได้มีความคิดเห็นโดยภาพรวมเห็นด้วยกับแนวคิดขยายเกณฑ์อายุเกษียณและการจ้างงานต่อเนื่องเพื่อแก้ปัฐหาการขาดแคลนกำลังคนและลดภาระงบประมาณของปและข้อเสนอแนะ สรุปข้อมูลดังนี้ 1) เห็นด้วยกับแนวคิดการขยายเกณฑ์ไปถึง 65 ปี แต่ไม่ควรเป็นภาคบังคับ เปิดกว้างเป็นความสมัครใจเพราะแต่ละสถานประกอบการมีความแตกต่างกันและมีข้อจำกัดในการใช้แรงงานสูงอายุ 2) ส่งเสริมการจ้างงานแบบยืดหยุ่นและรายชั่วโมง ให้สถานประกอบการกำหนดลักษณะงานที่เหมาะสมกับการจ้างแรงงานสูงวัย เช่น การทำงานรายชั่วโมง 4 ชั่วโมง/วัน ค่าจ้างแรงงานที่อ้างอิงกับค่าจ้างขั้นต่ำเป็นเหตุผลสำคัญที่มีการจ้างแรงงานสูงอายุในสัดส่วนที่ค่อนข้างต่ำ
                ผลจากการหารือในครั้งนี้ สภาที่ปรึกษาเพื่อพัฒนาแรงงานแห่งชาติ จักได้นำข้อมูล ข้อเสนอแนะ ไปจัดทำเป็นรายงานการศึกษา เรื่อง ความเป็นไปได้นโยบายการขยายอายุเกษียณแรงงานภาครัฐและภาคเอกชน ต่อไป  การนำผลรายงานการศึกษา เรื่อง ความเป็นไปได้นโยบายการขยายอายุเกษียณแรงงานภาครัฐและภาคเอกชน  จะได้จัดส่งเล่มรายงานการศึกษาไปยังหน่วยงานภาครัฐ และเอกชน เพื่อใช้ศึกษาความเป็นไปได้ในรูปแบบที่เหมาะสม ในเดือนเมษายน 2569 ต่อไป
                 

——————————————————

สำนักงานสภาที่ปรึกษาเพื่อพัฒนาแรงงานแห่งชาติ
18 มีนาคม 2569

TOP